แคมเปญฮีลใจคนโดน Layoff
- Looknoon

- 30 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 4 ส.ค.
การถูก Layoff หรือ ถูกเลิกจ้าง เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นคลอนทางจิตใจได้มากที่สุดในชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะเกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กร การลดต้นทุน หรือภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งความรู้สึกช็อก สับสน และกังวลเรื่องอนาคตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน
Linked U Studio ได้รวบรวม "สิ่งที่ต้องทำทันที" หลังรู้ตัวว่าตกงาน เพื่อช่วยให้คุณตั้งหลักได้เร็วขึ้น ทั้งในแง่การเงิน สิทธิตามกฎหมาย และการวางแผนหางานใหม่
ตั้งสติ อย่าเซ็นเอกสารทันทีถ้ายังไม่แน่ใจ
เมื่อ HR แจ้งว่าคุณอยู่ในรายชื่อเลิกจ้าง สิ่งแรกที่ควรทำคือหายใจลึกๆ และอย่ารีบเซ็นเอกสารใดๆ
ก่อนอ่านให้ละเอียด โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับการสละสิทธิ์เรียกร้องต่างๆ ในอนาคต หากไม่แน่ใจข้อความส่วนไหน สามารถขอเวลากลับไปอ่านที่บ้าน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานก่อนได้
ตรวจสอบเงินชดเชยตามกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน นายจ้างที่เลิกจ้างพนักงานต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน เช่น
ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชย 30 วัน
ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน
ทำงานครบ 3 ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเพิ่มขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้ยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ถ้านายจ้างไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด) และวันลาพักร้อนที่ยังไม่ได้ใช้ ควรตรวจสอบยอดเงินทั้งหมดให้ครบถ้วนก่อนเซ็นรับทราบ
ไปขึ้นทะเบียนว่างงานที่ประกันสังคมภายใน 30 วัน
ผู้ที่ถูกเลิกจ้าง มีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม โดยต้อง
ขึ้นทะเบียนหางานที่เว็บไซต์ ประกันสังคม หรือสำนักงานจัดหางานภายใน 30 วัน หลังออกจากงาน
กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง สูงสุด 180 วัน
กรณีลาออกเอง จะได้รับ 30% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน (อัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุด ควรตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันอีกครั้ง)
อย่าปล่อยให้เลยกำหนดเวลา เพราะจะเสียสิทธิ์ที่ควรได้รับ
ประเมินสถานะการเงินและวางแผนรายจ่าย
หลังโดน Layoff สิ่งสำคัญคือการทำ "แผนการเงินฉุกเฉิน" ทันที
คำนวณค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน (ที่พัก อาหาร หนี้สิน)
แยกเงินชดเชยและเงินออมออกจากกัน อย่าใช้ปนกัน
พิจารณาลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นชั่วคราว เช่น สมาชิกรายเดือนต่างๆ
หากมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อ ควรติดต่อธนาคารเพื่อเจรจาขอผ่อนผันล่วงหน้า
อัปเดตเรซูเม่และโปรไฟล์ LinkedIn ทันที
ตลาดงานเคลื่อนไหวเร็ว การตกงานไม่ได้แปลว่าต้องใช้เวลานานในการหางานใหม่ หากคุณเตรียมตัวดี
อัปเดตเรซูเม่ให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการสมัคร
ปรับโปรไฟล์ LinkedIn ให้สะท้อนผลงานและทักษะล่าสุด
เปิดสถานะ "Open to Work" เพื่อให้ Recruiter มองเห็นง่ายขึ้น
ขอ Reference หรือคำแนะนำ (Recommendation) จากหัวหน้างานเก่าไว้ล่วงหน้า
รักษาสุขภาพใจ อย่าโทษตัวเองเกินไป
การถูกเลิกจ้าง ส่วนใหญ่เป็นผลจากปัจจัยทางธุรกิจ ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีความสามารถ การ Layoff จำนวนมากในปัจจุบันมักมาจากการปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมกิจการ หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ลองพูดคุยกับคนใกล้ตัว หรือเข้าร่วมกลุ่มคนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน จะช่วยให้รู้สึกว่าไม่ได้เผชิญเรื่องนี้เพียงลำพัง
มองหาโอกาสและเครือข่ายใหม่
การจ้างออก อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณได้ค้นพบเส้นทางอาชีพใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น หลายคนที่เคยผ่านการ Layoff กลับพบว่างานใหม่เหมาะกับตัวเองมากกว่าเดิม การสร้างเครือข่าย (Networking) ในช่วงนี้จึงสำคัญมาก ยิ่งเจอคนในสายงานเดียวกันมากเท่าไร โอกาสในการหางานใหม่ก็ยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นเท่านั้น
ก่อนกดปุ่ม "สมัครงาน" ลองเช็ก 5 เรื่องนี้ก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสให้การหางานใหม่ของคุณเป็นไปอย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อัปเดต Resume ให้สะท้อนตัวคุณในวันนี้
Resume คือสิ่งแรกที่ HR ใช้ทำความรู้จักกับผู้สมัคร หลายคนใช้ Resume เดิมที่ไม่ได้อัปเดตมาหลายปี ทำให้ผลงานหรือทักษะสำคัญหายไป
ลองตรวจสอบว่า Resume ของคุณมีสิ่งเหล่านี้หรือไม่
ประสบการณ์การทำงานล่าสุด
ผลงานที่วัดผลได้
ทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร
รูปแบบอ่านง่าย กระชับ และเป็นมืออาชีพ
Resume ที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว แต่ควรทำให้ HR เข้าใจจุดเด่นของคุณภายในเวลาไม่กี่วินาที
ปรับโปรไฟล์ LinkedIn ให้พร้อมสำหรับ Recruiter
ทุกวันนี้ Recruiter จำนวนมากค้นหาผู้สมัครผ่าน LinkedIn ก่อนติดต่อสัมภาษณ์
หลังถูก Layoff อย่าลืม
อัปเดตตำแหน่งงานล่าสุด
เพิ่มผลงานหรือโปรเจกต์ที่ภาคภูมิใจ
เขียน About ให้สะท้อนความเชี่ยวชาญ
เปิดสถานะ Open to Work หากต้องการ
LinkedIn ที่อัปเดตอยู่เสมอช่วยเพิ่มโอกาสให้ Recruiter พบคุณได้ง่ายขึ้น แม้ในวันที่คุณยังไม่ได้ส่งใบสมัครก็ตาม
เช็ก "รูปโปรไฟล์" ของคุณ
หลายคนใส่ใจ Resume แต่กลับใช้รูปโปรไฟล์ที่ถ่ายมาหลายปี หรือเป็นรูปจากงานเลี้ยง งานแต่ง หรือรูปเซลฟี่
แม้รูปโปรไฟล์จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจ แต่ก็เป็น First Impression ที่ช่วยสะท้อนความเป็นมืออาชีพได้
รูปโปรไฟล์ที่เหมาะกับการสมัครงานควร
แต่งกายเหมาะกับสายงาน
พื้นหลังเรียบ สะอาด
สีหน้าเป็นมิตรและมั่นใจ
ภาพคมชัด คุณภาพสูง
โดยเฉพาะหากคุณกำลังสมัครงานผ่าน LinkedIn หรือส่ง Resume ออนไลน์ รูปโปรไฟล์ที่ดูเป็นมืออาชีพสามารถช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้ตั้งแต่แรกเห็น
เตรียม Portfolio หรือผลงานให้พร้อม
สำหรับหลายตำแหน่ง Portfolio มีความสำคัญไม่แพ้ Resume
รวบรวมผลงานที่สะท้อนความสามารถของคุณ เช่น
โปรเจกต์ที่เคยทำ
ผลลัพธ์ที่สร้างให้กับองค์กร
ตัวอย่างงาน
Certificates หรือการอบรม
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่าง แต่ควรเลือกผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ต้องการสมัคร
อย่ารีบส่งใบสมัครโดยไม่ศึกษาบริษัท
เมื่อเพิ่งถูกเลิกจ้าง หลายคนอาจสมัครงานวันละหลายสิบตำแหน่ง แต่การส่งใบสมัครแบบหว่านอาจไม่ได้ผลเท่าการเลือกสมัครอย่างมีเป้าหมาย
ก่อนสมัคร ลองศึกษาข้อมูลของบริษัท
วัฒนธรรมองค์กร
ลักษณะงาน
คุณสมบัติที่ต้องการ
ทักษะที่บริษัทให้ความสำคัญ
จากนั้นปรับ Resume และ Cover Letter ให้สอดคล้องกับแต่ละตำแหน่ง จะช่วยเพิ่มโอกาสได้รับการเรียกสัมภาษณ์มากกว่าการใช้ Resume ฉบับเดียวส่งทุกบริษัท
การถูก Layoff ไม่ได้ลดคุณค่าของคุณ
การถูก Layoff, เลิกจ้าง หรือ จ้างออก ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีความสามารถ หลายองค์กรทั่วโลกมีการปรับโครงสร้างและลดจำนวนพนักงานด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้แม้กับพนักงานที่มีผลงานดี
สิ่งสำคัญคือการใช้ช่วงเวลานี้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสใหม่ เพราะเมื่อโอกาสมาถึง การมี Resume ที่ดี โปรไฟล์ LinkedIn ที่ครบถ้วน และภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ จะช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ
เริ่มต้นโอกาสใหม่กับแคมเปญ #รูปใหม่โอกาสใหม่ที่LinkedU
หากคุณกำลังเตรียมตัวสมัครงานใหม่ Linked U ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ Layoff ด้วยแคมเปญ #รูปใหม่โอกาสใหม่ที่LinkedU
เพียงแสดงหลักฐานการถูก เลิกจ้าง (Layoff) ก็สามารถรับสิทธิ์ถ่ายภาพสมัครงานฟรีได้เลย

การเลิกจ้างอาจเป็นจุดสิ้นสุดของบทหนึ่ง แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่เช่นกัน — มาเริ่มต้นบทใหม่ไปพร้อมกับ Linked U
เพราะเราเชื่อว่า รูปโปรไฟล์ที่ดี อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ในการทำงาน



ความคิดเห็น